Cute Unicorn
วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
01 กุมภาพันธ์ 2560
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4
วันพุธที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 12.30 - 15.30 น.
ความรู้ที่ได้รับ
- โรงเรียนอนุบาล
- ศูนย์พัฒนาเด้กเล้กก่อนเกณฑ์
- เนอร์สเซอรี่
- สถานรับเลี้ยง
- สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
กิจกรรม
ให้นักศึกษาออกมานำเสนอคำคม
- หนทางเดียวที่คุณจะสามารถทำงานให้ออกมาได้ยอดเยี่ยมนั้นคือคุณต้องรักในสิ่งที่ทำ
- ช่างที่อยากทำงานให้ดีจะต้องเตรียมเครื่องมือที่ดี
- ถ้าไม่ลงมือทำอะไรก็เป็นไปไม่ได้
- หนทางเดียวที่คุณจะสามารถทำงานให้ออกมาได้ยอดเยี่ยมนั้นคือคุณต้องรักในสิ่งที่ทำ
- ช่างที่อยากทำงานให้ดีจะต้องเตรียมเครื่องมือที่ดี
- ถ้าไม่ลงมือทำอะไรก็เป็นไปไม่ได้
25 มกราคม พ.ศ.2560
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 3
วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ.2560 12.30 - 15.30 น.
บทบาทหน้าที่ของผู้บริหาร
ความรู้ที่ได้รับ
ความหมายและประเภทของผู้นำ
ผู้นำ (Leader) หมายถึง บุคคลที่มีศิลป บุคลิกภาพ ความสามารถ เหนือบุคคลทั่วไป
ประเภทของผู้นำ
1. ผู้นำตามอำนาจหน้าที่ เป็นผู้นำโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ (Authority)
1.1 ผู้นำแบบใช้พระเดช (Legal Leadership) ผู้นำแบบนี้เป็นผู้นำที่ได้อำนาจในการปกครองบังคับบัญชาตามกฎหมายมีอำนาจตามตำแหน่งหน้าที่ราชการมา
1.2 ผู้นำแบบใช้พระคุณ (Charismatic Leadership) ผู้นำที่ได้อำนาจเกิดขึ้นจากบุคลิกภาพอันเป็นคุณสมบัติส่วนตัวของผู้นั้น มิใช่อำนาจที่เกิดขึ้นจากตำแหน่งหน้าที่
ผู้นำแบบพ่อพระ (Symbolic Leadership) ผู้นำที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายมิได้ใช้อำนาจหน้าที่ในการปกครองบังคับบัญชา
2. ผู้นำตามการใช้อำนาจ
2.1 ผู้นำแบบเผด็จการ (Autocratic Leadership) หรือ อัตนิยม คือใช้อำนาจต่าง ๆ ที่มีอยู่ในการสั่งการแบบเผด็จการ
2.2 ผู้นำแบบเสรีนิยม (Laisser-Faire Leadership) หรือ Free-rein Leadership ผู้นำแบบนี้เกือบไม่มีลักษณะเป็นผู้นำเหลืออยู่เลย คือ ปล่อยให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำ
2.3 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leadership) ผู้นำแบบนี้ เป็นผู้นำที่ประมวลเอาความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากคณะบุคคลที่อยู่ใต้บังคับบัญชาที่มาประชุมร่วมกัน
3. ผู้นำตามบทบาทที่แสดงออก
จำแนกเป็น 3 แบบ คือ
3.1 ผู้นำแบบบิดา-มารดา
3.1 ผู้นำแบบบิดา-มารดา
3.2 ผู้นำแบบนักการเมือง (Manipulater Leadership)
3.3 ผู้นำแบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert Leadership)
ภาวะผู้นำ กระบวนการหรือพฤติกรรมการใช้อิทธิพลเพื่อควบคุม สั่งการ เกลี้ยกล่อม จูงใจ ให้ผู้ตามหรือกลุ่ม ปฏิบัติตามเพื่อการบรรลุ
1.ผู้นำโดยกำเนิด
2. ผู้นำที่มีความอัจฉริยะ
3. ผู้นำที่เกิดขึ้นตามสายงานบริหาร
4. ผู้นำตามสถานการณ์
ผู้บริหารแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ
1. ผู้บริหารทำหน้าที่สั่งการ (Line Manager)
2. ผู้บริหารทำหน้าที่ให้คำแนะนำ (Staff Manager)
3. ผู้บริหารทำหน้าที่สั่งการเฉพาะด้าน (Functional Manager)
4. ผู้บริหารทั่วไป (General Manager)
5. ผู้บริหาร (Administrator)
ระบบการบริหารแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. ระบบเปิด (Open system) เป็นองค์การซึ่งดำเนินภายในและมีการปฏิสัมพัทธ์ (interacts) กับสภาวะแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก วิธีการบริหารงานอย่างอย่างมีระบบนั้นประกอบไปด้วย ปัจจัยจากสภาวะแวดล้อมภายนอกและจากการเรียกร้องขบวนการแปลงสภาพ ระบบการติดต่อสื่อสาร
2. ระบบปิด (Closed System) เป็นระบบที่ไม่ต้องการอิทธิพลใด ๆ จากภายนอกและไม่ได้เกี่ยวข้องกับสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ธุรกิจมักจะมองแต่ภายในองค์การของตนเองมากกว่าท่าจะสนใจกับสภาพแวดล้อม รอบ ๆ ตัวธุรกิจไม่ว่าจะเป็นลูกค้า รสนิยมผู้บริโภค สภาพการณ์ของตลาด ฯลฯ
กิจกรรม
- นักศึกษาออกมานำเสนอคำคม
18 มกราคม 2560
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2
วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ.2560 12.30 - 15.30 น.
ความรู้ที่ได้รับ
ความหมายและความสำคัญ การบริหารจัดการสถานศึกษาระดับปฐมวัย
ความหมาย การบริหารคือ การดำเนินงานของกลุ่มบุคคลเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้
การศึกษา คือ การพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ทั้งความรู้ ความคิด และ ความเป็นคนดี
การบริหารการศึกษา คือ การดำเนินงานของกลุ่มบุคคลเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ไว้พร้อมพัฒนาคนให้มีคุณภาพ
หลักการ แนวคิด และทฤษฎีเกี่ยวข้องกับการบริหาร
กำหนดจุดหมาย กระบวนการบริหาร ทรัพยากรในการบริหารจัดการที่ดี ระบบควบคุม ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหาร คือครู
ความหมาย การบริหารคือ การดำเนินงานของกลุ่มบุคคลเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้
การศึกษา คือ การพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ทั้งความรู้ ความคิด และ ความเป็นคนดี
การบริหารการศึกษา คือ การดำเนินงานของกลุ่มบุคคลเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ไว้พร้อมพัฒนาคนให้มีคุณภาพ
หลักการ แนวคิด และทฤษฎีเกี่ยวข้องกับการบริหาร
กำหนดจุดหมาย กระบวนการบริหาร ทรัพยากรในการบริหารจัดการที่ดี ระบบควบคุม ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหาร คือครู
ทฤษฏีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสถานศึกษา
ทัศนะดั้งเดิม (Classical viewpoint)
- การบริหารเชิงวิทยาศาสตร์ - การจัดการเชิงบริหาร - การบริหารแบบราชการ
ทัศนะเชิงปริมาณ (Quantitative viewpointฃ
- การบริหารศาสตร์
- การบริหารปฏิบัติการ
- ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร
- การบริหารปฏิบัติการ
- ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร
11 มกราคม 2560
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 1
วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ.2560 12.30 - 15.30 น.
ความรู้ที่ได้รับ
อาจารย์ผู้สอนอธิบายรายวิชาการสอนและปฐมนิเทศนักศึกษา พร้อมทั้งให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อทดสอบความรู้ก่อนเรียน เกี่ยวกับรายวิชา ที่เรียน
กิจกรรม
ให้นักศึกษาหาทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารมา 2 ทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารการศึกษาหรือการบริหารทั่วไป
ทฤษฎีทางการบริหารกลุ่มการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ของเทย์เลอร์
ความมุ่งหมายสูงสุดของแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์คือ จัดการบริหารธุรกิจหรือโรงงานให้มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด มองคนงานแต่ละคนเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่สามารถ ปรับปรุงเพื่อเพิ่มผลผลิต ขององค์การได้ เจ้าของตำรับ คือประสิทธิภาพของการทำงานสูงสุดจะ เกิดขึ้นได้ต้องขึ้นอยู่กับสิ่งสำคัญ 3 อย่างคือ
- เลือกคนที่มีความสามารถสูงสุด
- ฝึกอบบรมคนงานให้ถูกวิธี
- หาสิ่งจูงใจให้เกิดกำลังใจในการทำงาน
วิธีการการทางวิทยาศาสตร์ที่จะบรรลุวัตถุประสงค์เพียงวิธีเดียว ที่ดีที่สุด เขาเชื่อในวิธีแบ่งงานกันทำ ผู้ปฏิบัติระดับล่างต้องรับผิดชอบต่อระดับบน เทย์เลอร์ เสนอ ระบบการจ้างงาน(จ่ายเงิน)บนพื้นฐานการสร้างแรงจูงใจ สรุปหลักวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย 3 หลักการดังนี้
- การแบ่งงาน
- การควบคุมดูแลบังคับบัญชาตามสายงาน
- การจ่ายค่าจ้างเพื่อสร้างแรงจูงใจ
ทฤษฏีการบริหารการศึกษา : มาสโลว์ ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ 5 ขั้น
มาสโลว์เป็นผู้วางรากฐานจิตวิทยามนุษยนิยม เขาได้พัฒนาทฤษฎีแรงจูงใจ ซึ่งมีอิทธิพลต่อระบบการศึกษาของอเมริกันเป็นอันมาก ทฤษฎีของเขามีพื้นฐานอยู่บนความคิดที่ว่า การ ตอบสนองแรงขับเป็นหลักการเพียงอันเดียวที่มีความสำคัญที่สุดซึ่งอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมของ มนุษย์ เขามีความเชื่อว่า มนุษย์มีแนวโน้มที่จะมีความต้องการอันใหม่ที่สูงขึ้น แรงจูงใจของ คนเรามาจากความต้องการ พฤติกรรมของคนเรามุ่งไปสู่การตอบสนองความพอใจ มาสโลว์ แบ่งความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ออกเป็น 5 ระดับด้วยกัน ได้แก่
1.ความต้องการทางกายภาพ หมายถึงความต้องการพื้นฐานของร่างกายซึ่งจำเป็นในการ ดำรงชีวิต ได้แก่ความต้องการอาหาร น้ำ อากาศ เสื้อผ้า
2.ความต้องการความปลอดภัย หมายถึง ความต้องการมั่นคงปลอดภัยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ
3. ความต้องการทางสังคม หมายถึง ความต้องการที่จะเป็นที่รักของผู้อื่น และต้องการมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น
4.ความต้องการยกย่องชื่อเสียง หมายถึง ความปรารถนาที่จะมองตนเองว่ามีคุณค่าสูง เป็นที่น่าเคารพยกย่องจากทั้งตนเองและผู้อื่น ต้องการที่จะให้ผู้อื่นเห็นตนมีความสามารถ มีคุณค่า มีเกียรติ มีตำแหน่งฐานะ บุคคลที่มีความต้องการประเภทนี้จะเป็นผู้ที่มีความมั่นใจในตนเอง
5.ความต้องการที่จะรู้จักตนเองตามสภาพที่แท้จริงและความสำเร็จของชีวิต หมายถึง ความต้องการที่จะรู้จักและเข้าใจตนเองตามสภาพที่แท้จริงเพื่อพัฒนาชีวิตของตนเองให้สมบูรณ์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

















